ชื่อรายงานการวิจัยวิเคราะห์ปัญหาลักษณะตั๋วเงินที่นำมาใช้กับบัตรเงินฝาก
ผู้วิจัยนายอุเทน สุขทั่วญาติ
ส่วนงานมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ 
 ปีงบประมาณ๒๕๖๓
ทุนอุดหนุนการวิจัยกองทุนวิจัยและวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ 
           การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาปัญหาเกี่ยวกับลักษณะตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่นำมาใช้กับบัตรเงินฝาก ๒) เพื่อวิเคราะห์ถึงมาตรการทางกฎหมายของลักษณะตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่นำมาใช้กับบัตรเงินฝาก
ผลการวิจัยพบว่า
           ๑. ปัญหาบัตรเงินฝากเป็นตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ ซึ่งตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น มีทั้งหมด ๓ ชนิด ได้แก่ ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค หากบัตรเงินฝากเป็นตั๋วเงินแล้วจะถูกจัดอยู่ในตั๋วเงินชนิดใด หากบัตรเงินฝากเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินแล้ว บัตรเงินฝากย่อมอยู่ภายใต้บังคับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อีกทั้งยังมีความเกี่ยวพันไปถึงเรื่องมูลหนี้เดิมตามบัตรเงินฝากอีกด้วย แม้บัตรเงินฝากจะมีความคล้ายกับตั๋วสัญญาใช้เงินแต่บัตรเงินฝากก็ไม่สามารถเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินได้ หากขาดรายการใดไป และหากรายการดังกล่าวไม่ได้รับการยกเว้นแล้วตราสารดังกล่าวไม่อาจสมบูรณ์เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินได้ เมื่อบัตรเงินฝาก ไม่มีรายการ “คำบอกชื่อว่าเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน” ซึ่งเป็นรายการสำคัญที่ไม่ได้บัญญัติยกเว้นไว้ แต่บัตรเงินฝากกลับมีรายการ “คำบอกชื่อว่าเป็นบัตรเงินฝาก”แทน จึงสรุปได้ว่า บัตรเงินฝากไม่สามารถเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ 
          ๒. ปัญหาบัตรเงินฝากมีลักษณะเป็นหนังสือตราสารหรือไม่ แม้จะมีการกำหนดนิยามของบัตรเงินฝากเอาไว้ แต่เมื่อเปรียบเทียบตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว ทั้งตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค ต่างก็บัญญัติให้ตราสารนั้น ๆ เป็น หนังสือตราสาร
         ๓. ปัญหามูลหนี้เดิมตามบัตรเงินฝากระงับสิ้นไปเมื่อใด บัตรเงินฝากมีมูลหนี้เดิมหรือไม่ เมื่อทำการเปรียบเทียบกับกฎหมายในประเทศกลุ่มแองโกลอเมริกา และ ประเทศกลุ่มภาคพื้นยุโรปการออกหรือโอนตราสารเปลี่ยนมือนั้น มีมูลหนี้สองมูลหนี้เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ นั้นคือ มูลหนี้เดิม และ มูลหนี้ตามตราสารเปลี่ยนมือ 
ซึ่งการชำระหนี้ด้วยตราสารเปลี่ยนมือเป็นการชำระหนี้ที่มีเงื่อนไขว่า เจ้าหนี้จะต้องรอจนกว่าตราสารนั้นจะถึงกำหนด เมื่อเปรียบเทียบกับตั๋วเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว การออกหรือโอนตั๋วเงินจะต้องมีมูลหนี้เดิมเสมอ และมูลหนี้ดังกล่าวจะเกิดจากนิติเหตุใด ๆ ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นมูลหนี้สัญญา หรือมูลหนี้ละเมิด ทั้งนี้ มูลหนี้เดิมตามตั๋วเงินจะระงับก็ต่อเมื่อมีการชำระหนี้ตามตั๋วเงินแล้วเท่านั้น
          เมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับบัตรเงินฝากในประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกาแล้วพบว่า บัตรเงินฝากในประเทศทั้งสามเป็นตราสารเปลี่ยนมือซึ่งการออกและโอนบัตรขเงินฝากเป็นการแปลงหนี้ใหม่ซึ่งทำให้มูลหนี้เดิมระงับ เหมือนกับบัตรเงินฝากในประเทศไทย ดังนั้น ในเรื่องความระงับแห่งมูลหนี้ตามบัตรเงินฝากนี้จึงเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่ควรแก้ไขต่อไป 
          จากการวิจัยพบว่า เมื่อบัตรเงินฝากเป็นสัญญาทางแพ่ง และเป็นตราสารเปลี่ยนมือชนิดหนึ่งซึ่งมีสาระสำคัญไม่ต่างจากตั๋วเงิน เพียงแต่วัตถุประสงค์ในการใช้แตกต่างกันเท่านั้น แม้จะไม่มีกฎหมายบัญญัติ ไว้ในเรื่องความระงับแห่งมูลหนี้เมื่อมีการออกหรือโอนบัตรเงินฝากไว้โดยตรงก็ตาม แต่ก็ควรจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๑ วรรคสาม มาใช้บังคับกับบัตรเงินฝากได้ในฐานะที่เป็นกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง โดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔ เพื่อทำให้บัตรเงินฝากเป็นตราสารเปลี่ยนมือโดยสมบูรณ์






ไฟล์ประกอบ

# ไฟล์ ขนาดไฟล์ จำนวนดาวน์โหลด
1 pdf วิเคราะห์ปัญหาลักษณะตั๋วเงินที่นำมาใช้กับบัตรเงินฝาก 3 MB 97

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *